Internet of DNA (IoDNA) กับการปฏิวัติด้านการดูแลสุขภาพ

ในอนาคตอันใกล้นี้ (จริงๆ เกิดขึ้นแล้ว) เราหลีกเลี่ยงเรื่องของการตรวจยีนไปไม่ได้แน่นอน และในไม่ช้าข้อมูลเกี่ยวกับยีนของเราจะต้องนำมาใช้ไม่เฉพาะการป้องกันรักษาโรค หรือการเลือกใช้ยาเท่านั้น แต่จะครอบคลุมถึงในการที่เราจะเลือกกินอาหารหรือไม่ควรกินอาหารอะไรอีกด้วย
ใครจะรู้ว่า ในอนาคต เราอาจจะต้องมีข้อมูลรหัสยีนตัวเอง อยู่ในบัตรพลาสติก หรือไม่ก็อยู่ใน Genomic tag ส่วนตัว แล้วเวลาเราไปซื้ออาหารหรือผลไม้ในซูเปอร์มาเกต  ก็สามารถเช็คได้ว่า เราควรกินหรือไม่ควรกินสิ่งนั้นหรือไม่ ด้วยการเอา tag ส่วนตัวของเรา วางลงบนเครื่องอ่าน แล้วตรวจสอบให้เราเสร็จ เวลาเจ็บป่วยไปโรงพยาบาลแพทย์สั่งยาในคอมพิวเตอร์ หากฐานข้อมูลด้านยีนของเรา ระบุว่าเราอาจมีอันตรายจากยานั้น ระบบก็จะเตือน หรือแนะนำยาตัวอื่น หรือบอกแพทย์ให้ลดขนาดยาลง เป็นต้น

Human-Internet-Emerging-Tech

เราเคยสงสัยไหม…

อย่างประเด็นการดื่มกาแฟดีไม่ดี เราอ่านข้อมูลแล้วบางทีก็สับสน บ้างก็ว่าดี แต่ปัจจุบันนี้อย่างน้อยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตรอนโตพบแล้วว่า ในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า การดื่มกาแฟจะเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจวายเฉียบพลันอย่างแน่นอน ส่วนนักวิจัยฮาร์วาร์ดพบว่าการดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้ว ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสัน ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นเบาหวานประเภทที่สอง ลดการที่ตับถูกทำลาย ลดอาการหอบหืด ดังนั้นการที่จะตัดสินว่าอะไรดีไม่ดีต่อร่างกาย นอกจากคุณสมบัติของสิ่งนั้นแล้ว มันยังต้องมีปัจจัยจากยีนของแต่ละบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

VISION 2020 Jamie L. Barger, Ph.D
VISION 2020 Jamie L. Barger, Ph.D is the Chief Operating Officer at LifeGen Technologies Genomics, Bioinformatics

ageLOC Technology วิทยาศาสตร์หนึ่งเดียวของบริษัท Nu skin ที่ใช้เทคโนโลยีแบบ micro-array gene chip (GenChip) ในการช่วยตรวจการแสดงออกของยีน ที่สามารถระบุกลุ่มยีนที่เกี่ยวข้องกับอายุได้
ทำให้บริษัท Nu skin มีองค์ความรู้ด้านความสัมพันธ์ระหว่างยีนกับสารอาหาร แล้วนำการศึกษาผลของสารอาหารที่มีต่อยีน เพื่อชะลอกระบวนการชรา ป้องกันไม่ให้เกิดโรค ด้วยสารอาหารในระดับโมเลกุลที่สำคัญ เพื่อลงไปรีเซตการแสดงออกของยีน (gene expression) เพื่อชะลอกระบวนการชรา

สำหรับคนที่เข้าใจภาพนี้… “อาหารเป็นยา

อาหารคือยา

Leave a Reply